1




















วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Blogger คือ................

Blogger เป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่จะช่วยให้คุณมีพื้นที่สำหรับเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่คุณต้องการในลักษณะของ Webblog บริการเหล่านี้คุณสามารถใช้งานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ส่วนตัว แต่ไม่อยากมีค่าใช้จ่าย blogger สามารถช่วยคุณได้ หากคุณต้องการใช้ blogger เพียงแค่สมัคร Gmail ก็สามารถสร้าง blog ได้อย่างมากมาย นอกจากนี้การสร้าง blog ด้วย blogger นั้นเชื่อมโยงพื้นที่เก็บรูปภาพเข้ากับ picasa ซึ่งเป็นบริการด้านภาพถ่าย ทำให้คุณมีพื้นที่เขียน blog และพื้นที่เก็บรูปภาพที่สัมพันธ์กัน

Webblog กับ Website ต่างกันอย่างไร

1.             Website ต้องมี Domain Name และ Hosting เป็นของตนเอง และเสียค่าใช้จ่าย ส่วน Webblog นั้นเราสามารถสมัครใช้บริการได้ฟรี แต่เราต้องใช้ Domain ของผู้ให้บริการ Webblog นั้น ๆ อยู่ในชื่อ domain ของเราด้วย เช่น http://ninetechno.blogspot.com เป็นต้น

2.             Website คุณสามารถสร้างรูปแบบของเว็บไซต์ได้เองมีความยืดหยุ่น ส่วน Webblog นั้นมี Template ให้เลือก โดยการเขียน blog ก็จะมีโครงสร้างที่ตายตัวไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้มากนัก

3.             Website หากคุณต้องการเขียนเองต้องเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์หลายภาษาอยู่พอสมควร แต่ Webblog คุณเพียงแค่เรียนรู้การใช้งานเล็กน้อยคุณก็สามารถใช้งานได้

Webblog ทำอะไรได้บ้าง

1.             ทำเป็นเว็บไซต์ส่วนตัว

2.             ไม่ค่อยเกิดปัญหาเรื่องเว็บล่ม

3.             เขียนเรื่องราวต่าง ๆ และแบ่งปันให้กับผู้อื่น

4.             หารายได้กับ google เช่น การเขียนบทความ และนำโฆษณาของ google มาติดลง webblog ของตนเอง

5.             ทำธุรกิจที่เรียกว่า E-commerce ก็พอจะใช้ได้อยู่บ้าง

แหล่งที่มา http://www.ninetechno.com/a/blogger/

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เตือนภัยเรื่อง..แมลงอันตราย





                                              
ถ้าเป็นเด็กที่เรียน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือวิทยาเขตปราจีน คงจะเรียกกันว่า แมลง เฟรชชี่ เพราะว่ามันจะมาช่วงหน้าที่รับน้องใหม่ๆๆๆแต่ชื่อทางการของมันชื่อ แมลงด้วงน้ำมัน   ถ้า โดนแล้วห้ามเกาเด็ดขาด เพราะมันจะลามไปเรื่อยๆเลย ถ้าหนอง หรือน้ำเหลืองของเราจะทำให้ จากอีกจุดเพิ่มเป็นอีกจุดรามเป็นแผลใหญ่ และที่สำคัญตอนนี้แมลงนี้มีอยู่ใน กทม. แล้วด้วย เรียน ทุกท่านทราบเพื่อเป็นการเตือนถึงอันตรายของแมลง และอาการที่เกิดขึ้น (ตามภาพที่แนบมา)ดร.วัฒนา อู่วาณิชย์ เพื่อนที่ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งเมล์มาให้เพื่อกระจายข่าวต่อด้วยค่ะ โปรดระวังแมลงลักษณะนี้ให้ดี
 
หากโดนกรุณาติดต่อแพทย์โดยด่วนมิฉะนั้นแผลจะลุกลามไปรวดเร็วมากแมลงชนิดนี้จะไม่ กัดหรือต่อย แต่ฉี่ของมันมีความเป็นกรดสูงมากและเป็นสาเหตุให้เกิดแผล ซึ่งหากเกิดเป็นแผล แล้วเอามือไปถูกแผลนั้น ให้รีบล้างมือโดยเร็วมิฉะนั้นจะเกิดแผลลุกลามไปยังที่ๆเอามือไปสัมผัสต่อไปอีก 
แหล่งที่มา http://www.oknation.net/

   

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธีขจัดกลิ่นปาก

ดูแลใส่ใจสุขภาพในช่องปากให้ดี  ด้วยการแปลงฟันอย่างน้อยวันล่ะสองครั้ง  เช้าและก่อนนอน  หรือแปลงฟังทุกครั้งหลังอาหารก็จะช่วยทำให้ไม่เกิดการสะสมของเศษอาหารในช่องปาก
#  โคนลิ้นเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย  อาจจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้  การทำความสะอาดโคนลิ้นทุกครั้งหลังที่แปลงฟัน  จึงมีความสำคัญมาก  โดยใช้แปลงสีฟัน  หรือแปลงทำความสะอาดลิ้นโดยเฉพาะก็จะได้ผลดี
หลังแปลงฟันตอนก่อนนอน  ควรที่จะกลั่วปากด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกครั้ง  เพราะว่าน้ำยาจะเคลือบอยู่ในปากเราได้นานในเวลานอน  นอกจากนี้  ยังเป็นการช่วยลดกลิ่นปากในเวลานอนที่มีน้ำลายหลั่งออกมาน้อยได้อีกด้วย
น้ำจะช่วยล้างแบคทีเรียที่ออมาจากน้ำลาย  ถ้าเราปล่อยให้ปากแห้ง  แบททีเรียในปากก็จะเพิ่มจำนวนขึ้น  ทำให้เกิดกลิ่นปาก  เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน  เราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรงดอาหารที่มีส่วนผสมของกระเทียม  หอมใหญ่  เนยแข็งพริกไทย  และอาหารที่ให้เกิดกลิ่นฉุน
ผักชีฝรั่งที่ใช้โรยหน้าอาหารนั้น  มีประโยชน์มากกว่าที่คิด  เพราะมันจะเป็นตัวช่วยระงับกลิ่น  ปากหลังมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี
ใบสะระแหน่  หรือใบมิ้นท์  ก็เป็นผักอีกชนิดหนึ่ง  ที่สามารถช่วยให้ลมหายใจของเรา  หอมสดชื่นขึ้นได้  การพกหมากฝรั่งหรือลูกอมกลิ่นมิ้นท์ติดตัวได้  จะช่วยเรื่องกลิ่นปากได้เยอะ  แต่ต้องเป็นแบบไม่มีน้ำตาลนะครับ  จะฟันผุครับ
ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่  รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากๆ  เพราะการรับประทานอาหารที่ดีนี่แหละ  ที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ
เลิกไปเลยดีกว่าสำหรับพวกชา  กาแฟ และเครื่องพวกที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด  รวมไปถึงการสูบบุหรี่ด้วย  เพราะว่าการบริโภคสิ่งเหล่านี้  อาจจะทำให้สุขภาพในช่องปากไม่ดีได้
ควรไปพบแพทย์  เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันทุกหกเดือนเพื่อรักษาสุขภาพปากและฟันให้ดีที่สุด
แหล่งที่มา http://www.krabork.com/2012/05/11/